เที่ยวเมืองตาก ชม “ถ้ำสีฟ้า” อันซีนสุดมหัศจรรย์จากธรรมชาติสุดอลังการ

ถ้ำสีฟ้า เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอีกหนึ่งแห่งของจังหวัดตาก ที่ตอนนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็น Unseen สุดอลังการที่ต้องไปชมสักครั้ง ต้องเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้น หากใครวางแพลนท่องเที่ยว แนะนำที่นี่กันเลยจ้า

ถ้ำสีฟ้า ตั้งอยู่ภายใน สำนักสงฆ์พุทธคยาถ้ำสีฟ้า ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีลักษณะเป็นถ้ำหินขนาดกว้างใหญ่ และที่สวยงามและอลังการไปกว่านั้น คือ เป็นถ้ำที่มีสีฟ้า เนื้อหินมีลวดลายสวยงามมากๆ และภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยสุดอลังการให้ได้ชมอีกด้วย

ภายใน ถ้ำสีฟ้า ก็จะมีพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ได้เข้าไปสักการะกราบไหว้กัน จะมีในส่วนของซอกหิน ช่องเล็กช่องน้อยต่างๆ สลับซับซ้อนกันไปมา โดยเราจะสามารถเดินเที่ยวชมรอบๆ ถ้ำกันได้เลย

ส่วนทางเดินชมภายใน ถ้ำสีฟ้า นั้นก็มีระยะทางไม่ไกลมาก ประมาณ 100 เมตรเห็นจะได้ ไปและกลับทางเดียว ทางเดินในถ้ำก็จะมีการติดไฟส่องสว่างแต่มีเพียงบางจุดเท่านั้น แนะนำให้เตรียมไฟฉายที่สว่างๆ มาส่องชมความสวยงามภายในถ้ำหากใครที่อยากถ่ายภาพเพื่อเก็บความสวยงาม ให้นำขาตั้งกล้องมาด้วย บอกเลยว่าได้ภาพที่สวยและเป็นที่ประทับใจกันแน่นอน

เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวเชียงราย “วัดพระธาตุดอยจอมทอง” วัดสวย พระธาตุเก่าแก่คู่เมืองล้านนา

วัดพระธาตุดอยจอมทอง เป็นวัดสวย เก่าแก่แห่งดินแดนล้านนา ที่มีประวัติความเป็นมากับความสวยงามที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างกัน หากใครที่มีแพลนจะมาท่องเที่ยวเชียงราย ไม่ควรพลาดแวะสักการะที่วัดแห่งนี้ วัดพระธาตุดอยจอมทอง ตั้งอยู่ใน ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นอีกวัดเก่าแก่ที่มีตำนานอยู่เคียงคู่มากับประวัติการสร้างเมืองเชียงราย โดยองค์พระธาตุจอมทองแห่งนี้ เป็นเจดีย์ตามศิลปะแบบล้านนาพุกาม ที่หุ้มทองคำสวยงามอย่างมาก นอกจากนี้ วัดพระธาตุดอยจอมทอง ยังมีพระวิหหารแบบร่วมสมัย ที่มีศิลปะผสมระหว่างล้านนาและรัตนโกสินทร์ ภายในจะประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย และตกแต่งด้วยจิตรกรรมที่งดงาม ซึ่งแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งสันนิษฐานกันว่า วัดแห่งนี้ เกิดก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะมาพบดินแดนบริเวณนี้ พระพุทะโฆษา ชาวโกศล ได้นำพระบรมสารีริกธาตุ 3 ขนาดรวมกว่า 16 องค์ มาถวายแก่พระเจ้าพังคราช เจ้าเมืองโยนกนาคพันธ์ในขณะนั้น พระองค์ได้แบ่งเป็นพระธาตุขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสองรวมสามองค์ส่งให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้บรรจุลงมหาสถูปบนดอยทอง และมีการขนานนามว่า พระธาตุดอยจอมทอง ส่วนที่เหลือพระเจ้าพังคราชก็ได้นำพระบรมสารีริกธาตุนั้น ไปเก็บรักษาไว้ที่ดอยน้อย ซึ่งในปัจจุบันคือวัดพระธาตุจอมกิตตินั่นเอง

Read More
สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวปราณบุรี วัดเขากะโหลก ชมวัดสวยสีทองอร่าม ศรัทธาเรื่องของโชคลาภค้าขายดี

วัดเขากะโหลก พิกัดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ต้องแวะสักการะกันสักหน่อย บอกเลยว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่วัดสวยอย่าง วัดเขากะโหลก ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ตั้งอย่างงดงาม มีสีทองอร่าม เอาใจสายบุญอย่างแน่นอน วัดเขากะโหลก ตั้งอยู่ใน ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกวัดที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมอย่างมาก ภายในวัดก็จะมีพระวิหารสีทองสวยอร่าม โดยความสวยงามนั้นจะอยู่ตรงที่ลวดลายของพระวิหารและกำแพง อีกทั้งบริเวณรอบๆวัด ยังมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบมากๆ โดยด้านหน้าทางเข้าวิหาร มียักษ์ 2 ตนคอยเฝ้าหน้าประตูวัด โดยยักษ์ 2 ตนนี้ก็ตกแต่งลวดลายเดียวกันกับวิหาร รวมถึงด้านหลังนั้นก็มีรูปปั้นของพระพิฆเนศอยู่บริเวณกำแพงอีกด้วย ส่วนด้านในพระวิหารนั้น เป็นนที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กรมหลวงชุมพร เสร็จพ่อร.5 รวมไปถึง หลวงพ่อหว่าง อุตุตโม เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดเขากะโหลก นอกจากนี้วัดเขากะโหลก ก็ยังมีความศรัทธาในเรื่องของ ตำนานสมบัติจระเข้จักรพรรดิ์ ที่กลายมาเป็นวัตถุมงคลสิ่งศักดิ์สิทธิของวัดเขากะโหลกด้วย เพราะชาวบ้านที่นำไปบูชานั้น ต่างก็บอกกันว่าทำให้มีโชคลาภค้าขายดีนั่นเอง ยิ่งในช่วงกลางคืนวัดแห่งนี้ยิ่งดูสวยเป็นพิเศษ เพราะทางวัดจะมีการเปิดไฟและไฟส่องไปยังที่พระวิหารจะสวยเปล่งประกายเป็นสีทองออกมาเลย

Read More
สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวไอซ์แลนด์ Kirkjufell ภูเขาโบสถ์ แลนด์มาร์คธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

Kirkjufell หรือ ภูเขาโบสถ์ สัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์ที่สามารถพบได้บ่อยตามโปสการ์ด เป็นสถานที่ที่สวย งดงามมากๆ อันซีนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ที่กล้าพูดได้เลยว่าสวยไม่แพ้สถานที่อื่นๆ ตามไปทำความรู้กับ Kirkjufell กันเลย ภูเขาคีร์กจูเฟล มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ภูเขาโบสถ์ เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับรูปทรงของโบสถ์ สูง 463 เมตร ลักษณะเด่นของภูเขาลูกนี้ คือ เฉดสีที่ไล่เป็นชั้นๆ ตามธรรมชาติ ชั้นล่างสุดเป็นฟอสซิลที่สันนิษฐานว่าเกิดตั้งแต่ยุคน้ำแข็งอายุกว่าล้านปี ส่วนชั้นบนเป็นหินลาวาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ยุคน้ำแข็งเริ่มอุ่นขึ้นนั่นเอง ภูเขาคีร์กจูเฟลสามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ละฤดูกาลก็จะมีทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันออกไป หากไปเที่ยวในช่วงหน้าร้อน อากาศจะค่อนข้างเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป มีทุ่งหญ้าสีเขียวและดอกไม้ปกคลุมทั่วบริเวณ ส่วนช่วงฤดูหนาว อากาศจะค่อนข้างหนาวจัด หิมะปกคลุมทั่วขุนเขา สำหรับใครที่ตั้งใจมาชมแสงเหนือ แนะนำให้เช็กสภาพอากาศในดี ต้องเป็นคืนฟ้าเปิดในช่วงเดือนกันยายน-เมษายนเท่านั้น ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ต่างจากภูเขาทั่วไป รวมถึงทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติโดยรอบ ภูเขาคีร์กจูเฟลจึงกลายเป็นแลนด์มาร์คของไอซ์แลนด์ที่ใครๆ ก็อยากเดินทางมาชมด้วยตาตนเอง

Read More